วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นที่เฮติเชื่อมโยงกับประเทศญี่ปุ่น
ข่าวเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่เกิดขึ้นกับประเทศเฮติ นำมาซึ่งความเสียหายแก่ทรัพย์สิน ร่างกายและจิตใจของชาวเฮติเป็นอย่างมาก เหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้หลายๆประเทศตระหนักถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติ ว่าไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป ภัยพิบัติที่รุนแรงที่เราหลายๆคนเคยเห็นแต่เพียงในภาพยนตร์เรื่องดังได้เกิดขึ้นกับโลกของเราแล้ว
ยังถือว่า เป็นโชคดีของเรา ที่เกิดบนประเทศที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนรอยแยกหลักๆ ของผิวเปลือกโลก แต่ถ้าว่าบางประเทศไม่ได้โชคดี โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่บนพื้นผิวโลกที่เกิดใหม่ เป็นประเทศที่มีภูเขาไฟมาก บ่อยครั้งที่เรามักจะได้รับชมข่าวเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นกับเฮตินั้น ถึงแม้จะเกิดขึ้นจากแผ่นดินทรุดตัว แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้ประเทศญี่ปุ่นเกิดการตื่นตัวเรื่องแผ่นดินไหวมากขึ้น รัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกมารณรงค์ให้มีการฝึกซ้อม เตรียมตัวรับกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวมากขึ้น และรณรงค์ให้มีการออกแบบโครงสร้างตึกในประเทศให้ทนต่อแรงไหวของแผ่นดินไหวมากขึ้น
ดังนั้นถือได้ว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เฮติเป็นตัวอย่างเหตุการณ์ที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับประเทศใดบนโลกนี้ แต่ถ้าว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่สามารถแก้ไขได้ แต่เป็นบทเรียนที่สอนให้ทุกประเทศ ทุกคนเตรียมรับมือกับภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นโดยที่มนุษย์เป็นคนทำ
วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2552
วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552
สัปดาห์ที่ 10 บันทึกแนวคิดการสื่อสาร
การสื่อสารมีความสำคัญกับมนุษย์มาตั้งแต่กำเนิด เนื่องจากมนุษย์ต้องอยู่ในสังคมและใช้การสื่อสารเป็นเครื่องมือในการบอกความต้องการของตนเองต่อผู้อื่น การสื่อสารจึงเป็นสื่อกลางที่ทำให้มนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างราบรื่น
นอกจากนี้การสื่อสารยังเป็นความสามารถหรือทักษะที่ทุกคนมีมาตั้งแต่กำเนิดเช่นกัน ได้แก่ การพูด การอ่าน การเขียน การฟัง ส่วนใครจะมีความเชี่ยวชาญด้านใดมากกว่านั้น ย่อมขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ และฝึกฝน ซึ่งการสื่อสารมีหลายระดับ หลายรูปแบบและหลายประเภทขึ้นอยู่กับการนำเกณฑ์ใดมาจัดแบ่ง เช่น การนำจำนวนการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมาเป็นเกณฑ์จะสามารถแบ่งได้เป็น การสื่อสารในบุคคล เช่น การพูดกับตนเอง การสื่อสารระหว่างบุคคล เช่น การพูดคุยกับเพื่อนกับอาจารย์ และการสื่อสารสาธารณะ เช่น การพูดในห้องประชุมซึ่งมีผู้ฟังมากมาย การสื่อสารมวลชน เป็นการสื่อสารถึงคนพร้อมๆกันในจำนวนมาก
ดังนั้น การสื่อสารจึงเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของทุกคน ทุกเพศ ทุกวัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่ตื่นนอนจนหลับ การใช้ชีวิตตลอดทั้งวัน ทั้งการเรียน การทำงาน และการเข้าสังคมในทุกระดับ การสื่อสารมีวัตถุประสงค์หลายอย่าง เช่น เพื่อให้ข้อมูล เพื่อโน้มน้าวใจ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี เพื่อให้เกิดการยอมรับและได้รับความร่วมมือจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
การพูด การอ่าน การเขียน และการฟัง ล้วนเป็นทักษะการสื่อสารที่จำเป็นสำหรับนักศึกษา โดยเฉพาะต้องปรับตัวเมื่อเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษา ซึ่งต้องใช้ความสามารถในการฟังอย่างเข้าใจและจับใจความสำคัญ การเขียนโน้ตในขณะฟังบรรยาย การอ่านหนังสือและเอกสารประกอบการสอน และที่สำคัญ คือ การพูด เพื่อนำเสนอในโอกาสต่างๆ การพูดเพื่อสร้างบุคลิกภาพที่ดี น่าประทับใจต่อผู้พบเห็นจะช่วยให้นักศึกษามีเสน่ห์และน่าชื่นชม ทั้งในสายตาเพื่อน และอาจารย์ผู้สอน
ด้วยเหตุนี้ นักศึกษาจึงควรฝึกพูดและสื่อสารให้เหมาะสมกับกาลเทศะ สามารถเลือกใช้ทั้งวัจนภาษาและอวัจนภาษาในการสื่อความหมายให้ชัดเจน เหมาะสมและมีประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดการยอมรับในสังคมยิ่งขึ้น
ที่มา:http://dusithost.dusit.ac.th/~ranong2/KM&R/ca2.doc
นอกจากนี้การสื่อสารยังเป็นความสามารถหรือทักษะที่ทุกคนมีมาตั้งแต่กำเนิดเช่นกัน ได้แก่ การพูด การอ่าน การเขียน การฟัง ส่วนใครจะมีความเชี่ยวชาญด้านใดมากกว่านั้น ย่อมขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ และฝึกฝน ซึ่งการสื่อสารมีหลายระดับ หลายรูปแบบและหลายประเภทขึ้นอยู่กับการนำเกณฑ์ใดมาจัดแบ่ง เช่น การนำจำนวนการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมาเป็นเกณฑ์จะสามารถแบ่งได้เป็น การสื่อสารในบุคคล เช่น การพูดกับตนเอง การสื่อสารระหว่างบุคคล เช่น การพูดคุยกับเพื่อนกับอาจารย์ และการสื่อสารสาธารณะ เช่น การพูดในห้องประชุมซึ่งมีผู้ฟังมากมาย การสื่อสารมวลชน เป็นการสื่อสารถึงคนพร้อมๆกันในจำนวนมาก
ดังนั้น การสื่อสารจึงเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของทุกคน ทุกเพศ ทุกวัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่ตื่นนอนจนหลับ การใช้ชีวิตตลอดทั้งวัน ทั้งการเรียน การทำงาน และการเข้าสังคมในทุกระดับ การสื่อสารมีวัตถุประสงค์หลายอย่าง เช่น เพื่อให้ข้อมูล เพื่อโน้มน้าวใจ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี เพื่อให้เกิดการยอมรับและได้รับความร่วมมือจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
การพูด การอ่าน การเขียน และการฟัง ล้วนเป็นทักษะการสื่อสารที่จำเป็นสำหรับนักศึกษา โดยเฉพาะต้องปรับตัวเมื่อเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษา ซึ่งต้องใช้ความสามารถในการฟังอย่างเข้าใจและจับใจความสำคัญ การเขียนโน้ตในขณะฟังบรรยาย การอ่านหนังสือและเอกสารประกอบการสอน และที่สำคัญ คือ การพูด เพื่อนำเสนอในโอกาสต่างๆ การพูดเพื่อสร้างบุคลิกภาพที่ดี น่าประทับใจต่อผู้พบเห็นจะช่วยให้นักศึกษามีเสน่ห์และน่าชื่นชม ทั้งในสายตาเพื่อน และอาจารย์ผู้สอน
ด้วยเหตุนี้ นักศึกษาจึงควรฝึกพูดและสื่อสารให้เหมาะสมกับกาลเทศะ สามารถเลือกใช้ทั้งวัจนภาษาและอวัจนภาษาในการสื่อความหมายให้ชัดเจน เหมาะสมและมีประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดการยอมรับในสังคมยิ่งขึ้น
ที่มา:http://dusithost.dusit.ac.th/~ranong2/KM&R/ca2.doc
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
